ส้วมเต็มเร็ว

การทำความสะอาดห้องน้ำ และการดูแลห้องน้ำ ให้สะอาด ถูกสุขอนามัย

1.การดูแลโถสวมหรือชักโครก

เริ่มจากฝารองนั่งสำหรับชักโครกนั้น ควรทำความสะอาดทุกวัน หรือหลังจากการใช้งานเสร็จ เพราะส่วนนี้ต้องสัมผัสกับร่างกายของเราโดยตรง โดยให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดสุขภัณฑ์ หรือใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดก็ได้ ส่วนตัวชักโครกด้านใน ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาด บีบไปให้ทั่ว โดยเฉพาะตามขอบด้านใน แล้วใช้แปรงขัดส้วมขัดถูให้ทั่ว ไปจนถึงคอห่านให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

2.การดูแลฝักบัวอาบน้ำ

ฝักบัวอาบน้ำ เป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่มักสะสมความสกปรกหรือเชื้อโรคเอาไว้ เราสามารถทำความสะอาดได้ โดยการนำฝักบัวไปแช่น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำอุ่น

ประมาณ 3-4 ชั่วโมง หรือแช่ข้ามคืนไว้ก็ได้ เสร็จแล้วจัดการล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดให้แห้ง

3.กำแพงหรือผนังห้องน้ำ

มักจะมีคราบสบู่หรือคราบแชมพูกระเด็นไปติดอยู่ และหากไม่ทำความสะอาด ก็จะกลายเป็นคราบสกปรกดำๆ ไม่น่ามอง วิธีทำความสะอาด ก็เพียงผสมน้ำยาล้างห้องน้ำกับน้ำเปล่า แล้วนำไปเช็ดถูให้ทั่ว ทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกอีกครั้งหนึ่ง กระจกในห้องน้ำมักจะโดนทั้งน้ำ สบู่ เจล ครีมโกนหนวด หรือยาสีฟันกระเด็นไปเปื้อนเป็นประจำ ซึ่งถ้าเปื้อนแล้ว ควรรีบจัดการทำความสะอาดทันที ด้วยผ้าหมาดๆ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานจนแห้งติดกระจก จะทำให้เช็ดออกยากขึ้นนั่นเอง และหากกระจกเป็นคราบสกปรกมากๆ ก็ใช้น้ำยาเช็ดกระจก กับหนังสือพิมพ์เช็ด หรือใช้แอลกอฮอล์ผสมน้ำในการทำความสะอาดก็ได้ จะทำให้กระจกกลับมาใสสะอาดเหมือนเดิม

4.การดูแลพื้นห้องน้ำ

ควรทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ โดยเทลงไปบนพื้นห้องน้ำ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยจัดการขัดพื้นด้วยแปรงขัดพื้น เพื่อขัดตะไคร่น้ำ (ที่เป็นสาเหตุทำให้พื้นลื่นจนอาจเกิดอันตรายได้) ให้หมดจด แล้วราดน้ำสะอาดเพื่อล้างน้ำยาออกให้หมดอีกครั้งหนึ่ง และหากเป็นไปได้ ควรให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้องน้ำ หรือเปิดประตูหน้าต่างห้องน้ำไว้บ้าง เพื่อช่วยระบายอากาศ ความชื้น กลิ่นเหม็น และสิ่งหมักหมมต่างๆ

5.การดูแลอ่างล้างหน้า

อ่างล้างหน้า เมื่อใช้ไปนานๆ จะมีคราบด่างดูสกปรกติดอยู่ ซึ่งเราสามารถทำความสะอาดด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูขัดถูบนรอยคราบเหล่านั้น ล้างออกอีกครั้งด้วยน้ำผสมสบู่ ตามด้วยน้ำสะอาด อ่างล้างหน้าก็จะดูสะอาดเหมือนใหม่ทันตาเห็น

6.การดูแลส่วนประกอบอื่นๆ ห้องน้ำ

สำหรับที่รองสบู่ มักจะมีน้ำขัง หรือมีคราบสกปรกสะสมอยู่ ทำให้เกิดเป็นเชื้อราได้ ดังนั้น ควรหมั่นขัดทำความสะอาด และเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ ถ้ามีตู้เก็บของ หรือชั้นวางของในห้องน้ำ ก็ควรหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ และเช็ดให้แห้ง ทุกซอกทุกมุม เนื่องจากมักจะเปียกน้ำ หรืออับชื้นอยู่เกือบตลอดเวลา ที่แขวนผ้า หรือราวแขวนผ้า ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดเช่นกัน และไม่ควรใช้สำหรับการตากเสื้อผ้า เพราะในห้องน้ำมีความชื้น ทำให้แห้งยาก หากจะตากผ้า ควรตากไว้ข้างนอก ให้โดนแสงแดด หรือที่ที่มีลมพัดผ่าน